
บริษัท มู้ด 48 จํากัด ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกรวมว่า "บริษัท" มุ่งมั่นที่จะปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้บริการ คู่ค้า พันธมิตรทางธุรกิจ (เรียกรวมกันว่า *ท่าน") ไม่ว่าจะเป็นการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผย (เรียกรวมกันว่า "การประมวลผลข้อมูล") เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 บริษัท จึงออกประกาศฉบับนี้ขึ้น เพื่อแจ้งข้อมูลให้แก่ผู้ใช้บริการอันเกี่ยวกับสิทธิและหน้าที่ ตลอดจนเงื่อนไขต่าง ๆ ในการเก็บ รวมรวบ ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
ข้อมูลส่วนบุคคล
"ข้อมูลส่วนบุคคล" หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทําให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือ ทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ
"ข้อมูลที่มีความอ่อนไหว" หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ
ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทก็บรวบรวม
ไนการเก็บรวบรวมและเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจะใช้วิธีการที่ชอบด้วยกฎหมายและจํากัดเพียง เท่าที่จําเป็นตามวัตถุประสงค์การดําเนินงานของบริษัท อันประกอบด้วย
1. ข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ - นามสกุล, วันเดือนปีเกิด, อายุ, เพศ, สัญชาติ, เลขประจําตัวประชาชน, ลายมือชื่อ
2. ข้อมูลสําหรับการติดต่อ เช่น ที่อยู่, หมายเลขโทรศัพท์, อีเมล
3. ข้อมูลเอกสารทางราชการ เช่น สําเนาบัตรประชาชน, สําเนาทะเบียนบ้าน, สําเนาหนังสือเดินทาง
4. ข้อมูลทางการเงิน เช่น สำเนาหน้าบัญชีธนาคาร, เลขบัตรเครดิต
5. ข้อมูลที่ได้จากเก็บรวบรวมของบริษัทหรือระบบอัตโนมัติจากอุปกรณ์ต่าง ๆ ของบริษัท เช่น Username Password, MAC address, IP Address, ภาพถ่าย , รูปหน้า , ไฟล์เสียง และวีดีโอ
โดยบริษัทจะดําเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ก่อน ยกเว้นในกรณีดังต่อไปนี้
1. เพื่อปฏิบัติตามสัญญา กรณีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อความจําเป็นต่อการ ให้บริการหรือปฏิบัติตามสัญญาระหว่างเจ้าของข้อมูลและบริชัท
2. เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพ
3, เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย
4. เพื่อผลประโยชน์อันชอบโดยกฎหมายของบริษัท กรณีมีความจําเป็นเพื่อประโยชน์อันชอบธรรมใน การดําเนินงานของบริษัท โดยบริษัทจะพิจารณาถึงสิทธิของเจ้าของข้อมูลเป็นสําคัญ เช่น เพื่อป้องกัน การฉ้อโกง การรักษาความปลอดภัยในระบบเครือข่าย การปกป้องสิทธิเสรีภาพ และประโยชน์ของ เจ้าของข้อมูลเป็นต้น
5. เพื่อการศึกษาวิจัยหรือสถิติ กรณีที่มีการจัดทําเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุเพื่อประโยชน์ สาธารณะหรือทีเกียวกับการศึกษาวิจัยหรือสถิติซึงได้จัดไห้มีมาตรการปกป๋องทีเหมาะสมเพือค้มครอง สิทธิ และเสรีภาพของเจ้าของข้อมูล
6. เพื่อปฏิบัติภารกิจของรัฐ กรณีมีความจําเป็นต่อการปฏิบัติตามภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือ การปฏิบัติหน้าที่ตามอํานาจรัฐที่บริษัทได้รับมอบหมาย
ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว
บริษัทอาจจําเป็นต้องเก็บรวบรวมข้อมูลที่มีความอ่อนไหว เช่น ข้อมูลทางการแพทย์ โดยบริษัทจะทํ่าการ ะ ขอคํายินยอมจากท่านทุกครังไนการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผย เว้นแต่
1. เพื่อป้องกันหรือระจับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล
2. เป็นการดําเนินกิจกรรมโดยชอบด้วยกฎหมายทีมีการคุ้มครองที่เหมาะสมของมูลนิธิ สมาคม หรือ องค์กร ที่ไม่แสวงหากําไรทีมีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการเมือง ศาสนา ปรัชญา หรือสหภาพแรงงาน ให้แก่สมาชิกผู้ซึ่งเคยเป็นสมาชิก หรือผู้ซึ่งมีการติดต่ออย่างสม่ำเสมอกับมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กร ที่ไม่แสวงหากําไรตามวัตฤประสงค์ดังกล่าวโดยไม่ได้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นออกไปภายนอกมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กรที่ไม่แสวงหากําไรนั้น
3. เป็นข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะด้วยความยินยอมโดยชัดแจ้งของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
4. เป็นการจำเป็นเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตาม กฎหมาย หรือการยกขืนต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
5. เป็นการจําเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับ
5.1. เวชศาสตร์ป้องกันหรืออาซีวเวชศาสตร์ การประเมินความสามารถในการทํางานของลูกจ้าง การวินิจฉัยโรคทางการแพทย์ การให้บริการด้านสุขภาพหรือด้านสังคม การรักษาทางการแพทย์ การจัดการด้านสุขภาพ หรือระบบการให้บริการด้านสังคมสงเคราะห์
5.2. ประโยชน์ด้านการสาธารณะสุข เช่น การป้องกันด้านสุขภาพจากโรคติดต่ออันตรายหรือโรคระบาด
5.3. การคุ้มครองแรงงาน การประกันสังคม หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลของผู้มีสิทธิตามกฎหมาย การคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ หรือการคุ้มครองทางสังคม
5.4. การศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติ หรือประโยชน์สาธารณะอื่น
5.5. ประโยชน์สาธารณะที่สําคัญ
แหล่งที่มาของข้อมูล
1. ได้รับจากเจ้าของข้อมูลโดยตรงที่ท่านได้ให้ไว้ในกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การสมัครสมาชิก สมัครรับข้อมล ข่าวสาร การเข้าร่วมกิจกรรมทางการตลาด
2. ข้อมูลจากระบบอัตโนมัติ เช่น ภาพจากกล้องวงจรปิด
3. ข้อมูลจากแหล่งอื่น เช่น ข้อมูลสาธารณะ หน่วยงานพันธมิตรุ
วัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทอาจนําข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ตามวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้หรือตามวัตถุประสงค์อื่น ๆ ที่แจ้งขณะเก็บรวบรวมข้อมูลหรือที่ท่านได้ให้ความยินยอมหลังจากบริษัทดําเนินการเก็บข้อมูลไปแล้ว
1. เพื่อเข้าทําสัญญา หรือปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญาระหว่างบริษัทกับเจ้าของข้อมูล หรือปฏิบัติหน้าที่ตาม สัญญาระหว่างบริษัทกับบุคคลภายนอกเพื่อประโยชน์ของเจ้าของข้อมูล
2. เพื่อตอบคําถามและให้ความช่วยเหลือแก่เจ้าของข้อมูล
3. เพื่อพัฒนาและปรับปรุงสินค้า ผลิตภัณฑ์ และบริการของบริษัทให้ตอบสนองต่อความต้องการของเจ้าของข้อมูลมากยิ่งขึ้น
4. เพื่อให้ข้อมูลและแนะนําสินค้า ผลิตภัณฑ์ การบริการ หรือประชาสัมพันธ์ทางการตลาดรายการ ส่งเสริมการขาย หรือสิทธิประโยชน์ผ่านช่องทางการติดต่อที่ได้รับจากเจ้าของข้อมล ตามที่เจ้าของ ข้อมูลได้ให้ค้ายินยอม
5. เพื่อสํารวจความคิดเห็น วิเคราะห์ การทําวิจัย และจัดทําข้อมูลทางสถิติ เพื่อใช้ทางการตลาด หรือ การพัฒนาและปรับปรุงการดําเนินกิจการของบริษัท ตามที่เจ้าของข้อมูลได้ให้คํายินยอม
6. เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการงานหรือดําเนินงานภายในของบริษัทที่จําเป็นภายใต้ประโยชน์โดย ชอบด้วยกฎหมาย
7. เพื่อตรวจสอบ กํากับดูแล และรักษาความปลอดภัยบริเวณอาคารหรือสถานที่ของบริษัท
8. เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดําเนินงานของบริษัท เช่น การหักภาษ ณ ที่จ่าย
9. เพื่อให้ข้อมูลแก่หน่วยงานของรัฐที่มีอํานาจหน้าที่ตามกฎหมายตามที่หน่วยงานภาครัฐร้องขอ เช่น สํานักงานตํารวจแห่งชาติ สํานักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน กรมสรรพากร ศาล
10. เพื่อดําเนินกิจกรรมใด ๆ ทางบัญชีและการเงิน เช่น การตรวจสอบบัญชี การแจ้งและเรียกเก็บหนี้ การดําเนินการทางภาษี และหลักฐานการดําเนินธุรกรรมต่าง ๆ ที่กฎหมายกําหนด
11. เพื่อประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมายของบริษัท เช่น การบันทึกภาพผ่านกล้อง CCTV
12. เพื่อใช้ในการสอบสวนและปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบ หรือหน้าที่ตามกฎหมายของบริษัท
13. วัตถุประสงค์อื่น ๆ ที่ได้รับคํายินยอมชัดแจ้งจากท่าน
การส่งต่อและเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทจะไม่เปิดเผยและส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังหน่วยงานภายนอก เว้นแต่ได้รับคํายินยอมชัดแจ้งจากท่าน หรือเป็นไปตามกรณีดังต่อไปนี้
1. เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ระบุในนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ บริษัทอาจจําเป็นต้องเปิดเผย หรือแบ่งปันข้อมูลเฉพาะเท่าที่จําเป็นแก่คู่ค้า ผู้ให้บริการ หรือหน่วยงานภายนอก โดยบริษัทจะจัดทำข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่กฎหมายกําหนด
2. บริษัทอาจเปิดเผยหรือแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บริษัทในเครือ โดยจะเป็นการประมวลผลข้อมูลภายใต้วัตถุประสงศ์ที่ระบุในนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้เท่านั้น
3. กฎหมายหรือกระบวนการทางกฎหมายบังคับให้เปิดเผยข้อมูล หรือเปิดเผยต่อเจ้าพนักงาน เจ้าหน้าที่ รัฐ หรือหน่วยงานทีมีอํานาจเพื่อปฏิบัติตามคําสั่งหรือคําขอที่ชอบด้วยกฎหมาย
การถ่ายโอนหรือส่งต่อข้อมูลไปยังต่างประเทศ
บริษัทอาจจะส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ โดยจะทําให้แน่ใจว่าประเทศปลายทางหรือ หน่วยงานปลายทางมีมาตรฐานและนโยบายในการค้มครองความเป็นส่วนตัวทีเพียงพอ
การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทจะใช้มาตรการทางเทคนิค และการบริหารจัดการที่เหมาะสมเพื่อป้องกันและรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โดยมีการเข้ารหัสสําหรับการส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตและควบคุม การเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเฉพาะผู้เกี่ยวข้อง ทั้งในส่วนของข้อมูลที่จัดเก็บในรูปแบบเอกสารและ อิเล็กทรอนิกส์
ระยะเวลาในการจัดเก็บข้อมูล
บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ตลอดระยะเวลาตราบเท่าที่จําเป็นต่อการประมวลผล ตามวัตถุประสงค์ในนโยบายฉบับนี้เท่านั้น เว้นแต่มีความจำเป็นต้องเก็บข้อมลส่วนบุคคลไว้ด้วยเหตุอื่นใด เช่น เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายหรือการตรวจสอบกรณีการเกิดข้อพิพาท บริษัทอาจมีความจําเป็นต้องเก็บข้อมูลไว้เป็นระยะเวลาเกินกว่าที่ระบุ
การเปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนตัว
บริษัทอาจแก้ไขเพิ่มเติมนโยบายความเป็นส่วนตัวโดยจะประกาศบนเว็บไซต์ พร้อมระบุวันที่แก้ไขเพิ่มเติมครั้งล่าสด บริษัทแนะนําให้ท่าน ตรวจสอบนโยบายนี้เป็นประจํา โดยการที่ท่านใช้ผลิตภัณฑ์หรือบริการทางเว็บไซต์ของบริษัทต่อไปหลังจากที่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนตัวจะถือว่าท่านยอมรับนโยบายที่เปลียนแปลงนันแล้ว
สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
ท่านสามารถขอใช้สิทธิต่าง ๆ ตามที่กฎหมายกําหนด และตามที่ระบุไว้ในประกาศฉบับนี้ได้ดังต่อไปนี้
1. สิทธิใการขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล
2. สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลดังกล่าวให้เป็นปัจจุบันและถูกต้อง
3. สิทธิในการขอรับข้อมูลส่วนบุคคล ในกรณีที่บริษัทได้ทําให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ในรูปแบบที่สามารถ อ่านหรือใช้งานโดยทั่วไปได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทํางานได้โดยอัตโนมัติและสามารถใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ
4. สิทธิในการขอลบหรือทําลายหรือทําให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ เมื่อข้อมูลนั่นหมดความจําเป็นหรือเมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลถอนความยินยอม
5. สิทธิในการขอระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล ในกรณีเมื่อเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องลบหรือเมื่อข้อมูลดังกล่าวหมดความจําเป็น
6. สิทธิในการถอนความยินยอม ในการประมวลผลข้อมูลที่ผู้ใช้บริการเคยให้ไว้
7. สิทธิในการขอคัดค้าน เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลเมื่อใดก็ได้
หากท่านมีข้อสงสัยหรือมีความประสงค์จะแก้ไข ลบข้อมูล ใช้สิทธิ หรือติดต่อเรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับข้อมูล ของท่าน กรุณาติดต่อผ่านช่องทางการติดต่อด้านล่าง
ช่องทางการติดต่อ
โครงการ One Nimman เลขที่ 1/6 ชั้น 4 ถนนนิมมานเหมินทร์ ซอย 1 ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50200
อีเมล: contact@hypoxith.com
ประกาศ ณ วันที่
[01/05/2569]
กรรมการบริษัท
